ยาสีฟันไฮเด้นท์ ไซลิทอล เป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ ใช้เป็นสารให้ ความหวานแทนน้ำตาล

ไซลิทอล เป็น ซึ่งเป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ ใช้เป็นสารให้ ความหวานแทนน้ำตาลในโครงสร้างโมเลกุลมีคาร์บอน 5 อะตอม ในธรรมชาติพบได้ในพืช ผัก ผลไม้ หลายชนิด เช่น สตรอเบอร์รี่ แครอท ซังข้าวโพด ฟาง รำข้าว ผลไม้เปลือกแข็งจำพวกถั่วต่างๆ โดยความหวานของสารไซลิทอลมีความคล้ายคลึงกับน้ำตาล แต่เมื่อละลายในปากจะให้ความรู้สึกเย็นด้วย การผลิตทางการค้าใช้วัตถุดิบ คือ glucose syrup เป็นสารที่แบคทีเรีย ยาสีฟันไฮเด้นท์ hydent ไม่สามารถย่อยสลายให้เกิดสภาวะกรดในช่องปากได้ จึงไม่เป็นเหตุให้เกิดฟันผุ ให้พลังงานเท่ากับน้ำตาลแต่ร่างกายดูดซึมได้น้อยกว่า ใช้เป็นส่วนประกอบของ ลูกอมลูกกวาดหมากฝรั่ง

ไซลิทอล หยุดยั้งการทำงานของแบคทีเรีย และทำให้พลัคลดลงได้เมื่อแบคทีเรียได้รับไซลิทอล แบคทีเรียไม่สามารถย่อยไซลิทอลเป็นอาหารได้ จึงไม่สามารถสร้างกรดขึ้นมาได้ ยาสีฟันไฮเด้นท์ ก็จะทำให้อ่อนแอลงจนไม่สามารถ ทำอันตรายต่อฟันได้ไซลิทอล เสริมสร้างการทำงานของน้ำลาย เพื่อให้ผิวเคลือบฟันแข็งแรงยิ่งขึ้น การเคี้ยวไซลิทอล ในรูปแบบของหมากฝรั่งจะช่วยให้น้ำลายทำงานได้ดียิ่งขึ้น และยังช่วยเพิ่มการสะสมของแคลเซียม เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผิวเคลือบฟัน สถาบันเพื่อทันตสุขภาพประเทศญี่ปุ่น hydent และทันตกรรมสมาคมประเทศฟินแลนด์ได้ให้การรับรองว่าผลิตภัณฑ์อาหารและยาที่มี ส่วนผสมของไซลิทอลมากกว่า 50% ของปริมาณจะป้องกันฟันผุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ไซลิทอลยังให้ความหวานมากเท่ากับน้ำตาลซูโครส แต่ให้แคลอรี่น้อยกว่าถึง 40% ดังนั้น ไซลิทอลจึงถูกนำมาใช้กับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานด้วยปัจจุบัน ทันตแพทย์ทั่วโลกนิยมให้เด็กรับประทานหมากฝรั่งไซลิทอลเพื่อป้องกันฟันผุ hydent ทั้งนี้ นักวิจัยระบุว่า คนเราได้รับสารไซลิทอลแค่วันละ 5 – 10 กรัม ก็เพียงพอแล้ว ซึ่งก็เท่ากับการเคี้ยวหมากฝรั่งวันละ 3 – 8 เม็ดต่อวันโดยประมาณ แต่ควรจะเคี้ยวหมากฝรั่งทันทีหลังกินอาหาร หรือขนมเสร็จเมื่อไซลิทอลถูกนำมาใช้แทนน้ำตาลซึ่งเป็นส่วนผสมในหมากฝรั่ง โมเลกุลของไซลิทอลที่มีรูปร่างคล้ายกับน้ำตาลฟรุกโตสจะถูกดูดซึมผ่านผนังเซลล์ของแบคทีเรียด้วยกลไกเดียวกับที่แบคทีเรียดูดซึมน้ำตาลเข้าไปในเซลล์ หากเป็นน้ำตาลทั่วๆ ไป ยาสีฟันไฮเด้นท์ แบคทีเรียจะสามารถย่อยสลายโมเลกุลเหล่านั้นให้กลายเป็นสารไฮโดรคาร์บอนขนาดเล็ก พร้อมกับได้พลังงานมาใช้ในการดำรงชีวิต แต่ในทางตรงกันข้าม เมื่อไซลิทอลเข้าไปอยู่ในเซลล์ เอนไซม์ของแบคทีเรียไม่สามารถย่อยไซลิทอลให้กลายเป็นพลังงานได้ เมื่อไซลิทอลถูกดูดซึมเข้าไปภายในเซลล์ในปริมาณมากจะทำให้เกิดการสะสมสารไซลิทอลภายในเซลล์ของแบคทีเรียไปเรื่อยๆ จนทำให้แบคทีเรียรู้สึกราวกับว่ามัน “อิ่ม” แล้ว แต่ความเป็นจริง สิ่งที่มัน “กิน” เข้าไปแม้จะมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับอาหารประจำของมันแต่มันก็ไม่สามารถย่อยอาหารได้